Content Marketing ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจ

การสร้าง Content Marketing

การสร้างคอนเทนต์นับได้ว่าเป็นปัจจัยหลัก หรือ สิ่งสำคัญสำคัญที่สุดในการทำการตลาดออนไลน์ โดยที่จะมุ่งเน้นที่การสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ให้ประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายโดยเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นการไม่เน้นขายหรือโปรโมทสินค้าโดยตรง การทำ Content Marketing ณ ตอนนี้เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นกลยุทธ์หลักมากขึ้นเพื่อ สร้างการรับรู้ ดึงดูดลูกค้าภายนอกจำนวนมากให้มาทำความรู้จักแบรนด์ รวมไปถึงและเพิ่มโอกาสในการขายในทางอ้อม

การทำ Content Marketing จึงเป็นสิ่งที่นักการตลาดจะต้องใส่ใจ โฟกัส ให้ความสำคัญในการนำมันมาใช้ประโยชน์ในการแอบแฝงโฆษณารูปแบบต่างๆอย่างแนบเนียน

การทำ Content Marketing คืออะไร ทำยังไงให้น่าสนใจ

หลายๆคนอาจจะมองว่าการทำคอนเทนต์ก็แค่ตัดต่อคลิป ทำกราฟิกสวยๆ เขียนแคปชั่นโดนใจ อัพโหลดลง Facebook IG แค่นั้นซึ่งก็ถูกต้องส่วนหนึ่งแต่ การทำกลยุทธ์ Content Marketing อย่างแท้จริงและเป็นขั้นเป็นตอนมีหลักการที่แน่นอนก็คือ จะต้องรวมการวิเคราะห์หาความชอบกลุ่มลูกค้าที่จะเผยแผร่เนื้อหาออกไปให้ดู การสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ โดนใจกับกลุ่มเป้าหมาย รวมไปถึงวิธีการโพสต์ลงไปในแพลตฟอร์มต่างๆ (ในแต่ละแพลตฟอร์มรูปแบบคอนเทนต์จะต้องไม่เหมือนกัน) จะต้องมีการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มต่างๆด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลาสร้างคอนเทนต์ใหม่อีกรอบ หากมีการวางแผนทำ Content Marketing ที่ชัดเจนมากพอแล้วส่งผลให้ กลุ่มเป้าหมายรับรู้ถึงแบรนอย่างเห็นได้ชัด หรือ Brand Awareness เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้สูงกว่าเดิม

 

ยิ่ง ณ ปัจจุบันนี้การทำคอนเทนต์แนวขายของ Hard Sell มากจนเกินไปจะทำให้ลูกค้าน่าเบื่อ รู้สึกว่ากำลังโดนยัดเยียดให้ซื้อสินค้าและอาจทำให้เสียจำนวนลูกค้าไปบางส่วน

เหตุผลที่ธุรกิจควรทำ Content Marketing

พฤติกรรมคนเราส่วนใหญ่ชอบเล่น Social Media มักชอบหาข้อมูลด้วยตัวเองทั้งนั้น หรือไม่ก็เข้ากลุ่ม Facebook, เข้า Google หรือไม่ก็ทักหาเซลตามเพจต่างๆ เพื่อหาข้อมูลเอาไว้เปรียบเทียบโดยข้อมูลที่ได้มักจะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อเชื่อและเป็นปัจจุบันมากที่สุด เพราะเหตุนี้ธุรกิจควรที่จะมีการโฟกัสทำ Content Marketing แชร์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร ติดตามเทรนด์ต่างๆให้มีความทันสมัย ทำให้ลูกค้าซึมซับคอนเทนต์ต่างๆที่เป็นประโยชน์มากขึ้น การทำแบบนี้ช่วยให้เพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น ลองนึกภาพตาม 2 ธุรกิจที่เพิ่งเปิดใหม่ ธุรกิจแรกมีช่องทางการติดต่อบน Social Media ทุกๆแพลตฟอร์ม แต่ละแพลตฟอร์มมีการเคลื่อนไหวลงคอนเทนต์บ่อยมาก ต่างจากธุรกิจที่สองมีช่องทางการติดต่อครบเหมือนกันกับธุรกิจแรก แต่ไม่มีการอัพเดตคอนเทนต์ลงเลย หากมองในสายตาลูกค้าก็จะมองว่าธุรกิจแรกมีความน่าเชื่อถือมากกว่าธุรกิจที่สอง เนื่องจากรับรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง และมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ประโยชน์ของ Content Marketing

คอนเทนต์ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

1. สร้างความน่าเชื่อถือ

การเผยแพร่คอนเทนต์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม หรือช่องทางใดก็ตามแต่จะทำให้ลูกค้าเกิดความ Awareness มองว่าแบรนด์ของธุรกิจมีตัวตนอยู่จริงและถ้ายิ่งโฟกัสคอนเทนต์เกี่ยวกับให้ความรู้ในด้านสินค้าหรือบริการก็จะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญในตัวสินค้านั้นๆได้เป็นอย่างดี มากไปกว่านั้นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวแบรนด์ธุรกิจมันจะอยู่ไปด้วยกันแบบระยะยาว

2. ช่วยดึงดูดลูกค้า

การเพิ่มยอด Engagement บนโลกออนไลน์วิธีการง่ายๆที่ทำแล้วประสบความสำเร็จคือ การสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าที่สำคัญคือมีความน่าสนใจจนสามารถทำให้ Visitor ต้องหยุดดูและกดเข้าไปอ่านเนื้อหาเพิ่มเติม การทำสิ่งนี้ได้ดีจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้ามากขึ้นมียอดติดจำนวนมาก จนสามารถสร้างฐานลูกค้าขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่จะดึงดูดความสนใจจาก Visitor เข้ามาได้นักการตลาดจะต้องวิเคราะห์หาความชอบคอนเทนต์ต่างๆของคนที่เข้ามาดูในแต่ละช่องทาง และจัดทำเนื้อหาคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์กับความชอบของคนดู

3. สร้างโอกาสในการขาย

สำหรับการสร้างโอกาสในการขายเปรียบเสมือนการรวมประโยชน์การทำ Content Marketing จากข้อ 1 และ 2 มารวมกัน คิดง่ายๆ ถ้าลูกค้ามีสินค้าที่อยากซื้ออยู่ในในใจแล้วการที่ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือมีการเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา มียอด Engagement ที่สูงจากการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะมีโอกาสในการขายสินค้ากับลูกค้าที่อยากได้โดยไม่จำเป็นต้องโฆษณาหาลูกค้าเลยเพียงแค่ตัวแบรนด์ธุรกิจเองจะต้องหาจุด Touchpoint ของลูกค้าให้เจอเพื่อทำให้ลูกค้าได้มีการ Interact ได้ง่ายมากขึ้น

ตัวอย่าง ขั้นตอนการสร้างกลยุทธ์ Content Marketing

การลงมือวางแผนทำกลยุทธ์ Content Marketing เป็นพื้นฐานสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้การสร้างคอนเทนต์เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ มีความชัดเจนส่งผลให้ผลิตเนื้อหาให้โดนใจกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุดต่อไปนี้จะแนะนำ ขั้นตอนตัวอย่างการสร้าง Content Marketing ให้มีความน่าสนใจ

1. กำหนดเนื้อหาให้ชัดเจน Content Goal

อย่างแรกที่นักการตลาดจะต้องคิดคือกำหนดเนื้อหาให้ชัดเจน สามารถอธิบายได้ว่าจะสร้างคอนเทนต์มาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งก็ประกอบไปด้วย

  • สร้างการรับรู้ Awareness
  • สร้างความสนใจ Interest
  • สร้างความต้องการ Desire
  • สร้างการกระทำ Action
  • 1.1. สร้างการรับรู้ Awareness

    เป็นการทำให้คนอ่านหรือคนดูรับรู้ว่าแบรนด์ขายอะไร แตกต่างกับที่อื่นยังไงด้วยการบอกเล่าสตอรี่เรื่องราว หรือ เป็นการนำเสนอสินค้าต่างๆให้กลุ่มคนดูได้รับรู้

    1.2. สร้างความสนใจ Interest

    เป็นคอนเทนต์ที่เน้นการดึงดูดความสนใจจากคนดู ซึ่งอาจจะเป็นคอนเทนต์ในเชิง Entertainment ความสนุกสนาน เฮฮาหรือตลก การสร้างความสนใจจากคอนเทนต์ประเภทนี้เนื้อหาไม่จำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับตัวแบรนด์หรือสินค้าเสมอไป เพราะจะสามารถดึงดูดสายตาจากคนดูและเพิ่มยอด Engagement จากคนภายนอกได้ดีกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ

    1.3. สร้างความต้องการ Desire

    เมื่อลูกค้ามีความต้องการซื้อสินค้าในใจแล้ว ลูกค้าจะมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆของตัวสินค้ากับแบรนด์อื่น หน้าที่ของธุรกิจคือจะต้องอธิบายรายละเอียดตัวสินค้าให้ดูน่าจูงใจ ควรค่าแก่การซื้อ โดยอาจจะเป็นการบอกจุดเด่นที่น่าสนใจ, หรือการรีวิวจาก Influencer

    1.4. สร้างการกระทำ Call To Action

    คือการสร้างคอนเทนต์ที่มีความต้องการให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมกับทางแบรนด์ เป็นการนำเสนอในรูปแบบ “ทดลองใช้วันนี้รับฟรีโปรโมชั่นพิเศษ” หรือ “สมัครสมาชิกรับสิทธิพิเศษต่างๆ” ซึ่งการที่มีข้อความหรือปุ่ม Call To Action ที่น่าสนใจจะส่งผลให้แบรนด์มีโอกาสเพิ่มยอดขายได้อย่างมาก

    2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย Target Audience

    จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าสินค้าหรือบริการแต่ละอย่างมีกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร เพศ อายุเท่าไหร่ รวมไปถึงศึกษาดูว่ากลุ่มเป้าหมายพวกนี้มีพฤติกรรมความชอบเป็นยังไงซึ่งจะต้องรวมรวบเจาะลึกถึง Customer Insights ในแต่ละกลุ่มให้ละเอียดว่ามีลักษณะยังไงบ้างเพื่อที่จะจับทางและนำไปสร้าง Content Strategy ที่มีคุณค่า

     

    (ในความเป็นจริงกลุ่มเป้าหมายที่วางแผนไว้ชัดเจนอาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป)

    3. ช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์ Content Channels

    เลือก Social Media ในการทำ Content Marketing

    การเลือกช่องทางลงคอนเทนต์ในปัจจุบันมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สร้างคอนเทนต์ลงเว็บไซต์, Facebook, IG, TikTok, Youtube ซึ่งแต่ละช่องทางก็จะมีข้อดี ข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน รวมไปถึงรูปแบบของคอนเทนต์ และ เนื้อหาข้างในก็มีความเหมาะสมแตกต่างกันไปแต่ละช่องทางด้วย เช่น การทำคลิปสั้นๆเน้นเฮฮาก็ควรจะลงใน TikTok, Reels หรือ คอนเทนต์ที่เน้นเนื้อหาแน่นๆ ความรู้เน้นๆก็ควรจะลงในโพสต์ Facebook, Blog เว็บไซต์

    4. สร้างคอนเทนต์ให้น่าดึงดูด

    อันนี้เเป็นหัวใจหลัก และ สิ่งสำคัญที่สุดในการทำ Content Marketing นั้นก็คือการสร้างคอนเทนต์ยังไงให้น่าดึงดูด มีคุณค่ากับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุดเพื่อโดยลักษณะทั่วไปของคอนเทนต์ที่ดีก็คือ
  • ตรงกลุ่มเป้าหมาย
  • มีประโยชน์ มีคุณค่า
  • มีความน่าสนใจ น่าดึงดูด
  • ให้มีความสม่ำเสมอ
  • 5. การวัดผลและปรับปรุงคุณภาพ

    การติดตามคอนเทนต์ที่สร้างอย่างต่อเนื่องว่าดูว่ามียอดคนเข้าถึงมาก-น้อยแค่ไหน เอาไว้ใช้ประเมินว่าเราประสบความสำเร็จหรือไม่ (หลายๆคนมักชอบคิดว่าคอนเทนต์ที่สร้างมันวัดผลไม่ได้) ในความเป็นจริงสามารถวัดผลได้และเป็นตัวเลขหรือ Key Metrics ด้วยเช่น ยอดกดไลค์, กดหัวใจ, CTR (Click through Rate), Page View, หรือแม้กระทั่งอัตราการเติบโตของจำนวน Follower เมื่อนักการตลาดเห็นตัวเลขวัดผลพวกนี้แล้วก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่าคอนเทนต์ที่ทำลงไปนั้นประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย หรือ ควรที่จะปรับปรุงคุณภาพเนื้อหา

    ตัวอย่างการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจเพิ่มยอด Engagement

    การลงคอนเทนต์ไม่ว่าจะรูปแบบไหนหรือลงบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม ต่างต้องการให้คนอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็น Comment กดแชร์ เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการที่จะทำให้คนอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมนั้นจะต้องรู้จักคิด รู้จักสื่อสารสิ่งที่ลูกค้าอยากจะได้ยินมากที่สุดทำให้คอนเทนต์ของเราน่าดึงดูดให้ลูกค้าหันมา Action กับสิ่งที่เราอยากให้ทำ ซึ่งตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจกระตุ้นให้เกิด Conversion มีดังนี้

    เน้นความเรียลไทม์

    การทำตามกระแสในปัจจุบันย่อมส่งผลดีกว่ามากเพราะบนโลก Social Media ต่างก็มีการอัพเดตสถานการณ์ล่าสุดซึ่งช่วงนี้จะทำให้เกิด Engagement บ่อยได้ที่สุด แบรนด์ก็ควรที่จะมีการอัพเดตเทรนด์อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ล้าหลังและโอกาสที่จะเพิ่มการมองเห็นในหลายช่องทาง (Omnichannel)

    นักการตลาดควรที่จะเตรียมความพร้อมไว้เสมอและเฟ้นหาไอเดียใหม่ๆ หรือเกาะกระแสปัจจุบันบนโลกออนไลน์

    เน้นการให้ความรู้

    ปัจจุบันคนไทยยังคงมีการค้นหาความรู้บนโลกออนไลน์อยู่ที่ 64.4% ตามรายงาน We Are Social และ Meltwater เหตุผลหลักๆก็คือต้องการที่จะหาความรู้บนโลกออกไลน์ไม่ว่าจะผ่าน Search Engine อย่าง Google, Bing หรือบน Social Media เช่น Facebook ดังนั้นการทำคอนทนต์เชิงให้ความรู้ยังคงเป็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ บทความ, Video, หรือรูปภาพ Infographic

    แนวถาม-ตอบ Q&A

    การสร้างคอนเทนต์จากความสงสัยลูกค้าจริงๆ จะช่วยให้ตอบคำถามที่ลูกค้าอยากรู้จริงๆได้ดี เพราะมีการอธิบายลงรายละเอียดไว้อย่างชัดเจน หากลูกค้าคนอื่นๆเกิดความสงสัยเหมือนกันก็สามารถหาคำตอบเองได้ง่ายไม่จำเป็นต้องทักหาเซลล์ตลอด

     

    การตอบคำถามอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายจะช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือได้ภายในตัวและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายตาลูกค้า

    การสร้างแรงบันดาลใจหรือ Inspiration

    นับได้ว่าเป็นแนวคอนเทนต์ที่นิยมกันอย่างแพร่หลายนั้นคือการสร้าง Inspiration เพราะคนส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือประเภทพัฒนาตัวเอง กระตุ้นพลังบวก พัฒนา Mindset คอนเทนต์แนวนี้สามารถทำได้ออกมาหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดคมๆจากคนดัง Quote หรือ ประโยคเด็ดๆจากหนังต่างที่คอยสร้างแรงบันดาลใจกับคนดู นอกจากนี้การนำเสนอรูปแบบผสมผลาสกับรูปภาพทำให้ดูมีชีวิตชีวามีความน่าสนใจมากขึ้น

    เน้นขายโปรโมชั่น

    สร้างคอนเทนต์ที่เน้นขายของ ทำโปรโมชั่นจะสามารถเพิ่ม Engagement และยอดขายได้ภายในตัว ในการทำโปรโมชั่นเช่น ส่วนลด แจกฟรี ซื้อ 1 แถม 1 ส่งฟรี ฯลฯ เป็นวิธีที่ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าที่ชื่นชอบช้อปสินค้าที่ลดราคา ทำให้ปิดงานขายได้รวดเร็ว ทั้งนี้รูปแบบคอนเทนต์ที่ทำควรสื่อออกมาเข้าใจง่ายอ่านแล้วรับรู้ได้ทันทีว่าอยากจะบอกอะไร ลงรายละเอียดให้ครบถ้วน อธิบายเงื่อนไขให้ชัดเจน

    ขอบคุณข้อมูลจาก Content Shifu

    Discover more from BeTask

    Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

    Continue reading