Omnichannel Marketing คืออะไร? ช่วยให้ธุรกิจโตได้อย่างไร

Omnichannel Marketing คือ

ในยุคที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลและสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้หลากหลายมากขึ้น ทุกธุรกิจจึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว “Omnichannel Marketing” จึงกลายเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ช่วยรวมข้อมูลลูกค้าไว้ในที่เดียว ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการ “ซื้อซ้ำ” และ “ความจงรักภักดี” ต่อแบรนด์ได้อีกด้วย ซึ่งหลาย ๆ ธุรกิจก็ปรับมาใช้กลยุทธ์นี้กันแล้ว 

Omnichannel Marketing คืออะไร?

Omnichannel Marketing คือ การรวมช่องทางการสื่อสารทุกอย่างไว้ในช่องทางเดียวกัน ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์  โดยทั้งหมดจะเชื่อมโยงข้อมูลถึงกัน เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่สะดวกสบายในการซื้อสินค้า และยังมีความต่อเนื่องเมื่อเปลี่ยนช่องทางการซื้อหรือรับบริการ

ข้อดีของการทำ Omnichannel Marketing

ข้อดีของการทำ Omnichannel Marketing

1. เพิ่มโอกาสในการขาย

ข้อดีของการทำ Omnichannel คือ ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและต่อเนื่องกัน ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนช่องทางการซื้อ ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “ซื้อง่าย” ช่วยเพิ่มความพึงพอใจ และกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อหรือใช้บริการซ้ำ เพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น ซึ่งแบรนด์ยังสามารถนำข้อดีส่วนนี้มาพัฒนา โดยทำ Loyalty Program เพื่อเปลี่ยนจาก “ลูกค้าขาจร” ให้กลายเป็น “ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์” ได้อีกเช่นกัน

2. วางกลยุทธ์ทางการตลาดได้แม่นขึ้น

Omnichannel Marketing จะทำให้ธุรกิจได้ข้อมูลเชิงลูกค้าจากหลาย ๆ ช่องทาง และสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้ครอบคลุมและแม่นยำมากขึ้น ทำให้สามารถวางกลยุทธ์ทางการตลาด สร้างแคมเปญ ยิงแอดโฆษณา หรือทำคอนเทนต์ให้ออกมา “ตรงใจ” และ “ตรงความต้องการ” ของลูกค้าได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ ฝ่ายบริการลูกค้ายังสามารถนำข้อมูลส่วนนี้มาปรับปรุงและพัฒนาบริการ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้มากขึ้นได้อีกด้วย

3. หลังบ้านทำงานสะดวกมากขึ้น

นอกจากจะช่วยซัพพอร์ตฝ่ายการตลาดและฝ่ายบริการลูกค้าแล้ว การทำ Omnichannel Marketing ยังช่วยซัพพอร์ตทีมหลังบ้านที่ต้องจัดการข้อมูลของลูกค้าได้อีกด้วย เพราะการทำ Omnichannel นั้นเป็นการเชื่อมข้อมูลไว้ในที่เดียวกัน ทำให้ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าถูกรวมไว้ในที่เดียวกันอย่างเป็นระบบ เมื่อต้องตอบคำถามลูกค้าในช่องทางต่าง ๆ แอดมินก็จะตอบได้อย่างรวดเร็วและตรงประเด็นมากขึ้น

4. บริหารงบได้ดีมากขึ้น

การทำ Omnichannel Marketing ช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารงบ Marketing ได้คุ้มค่ามากขึ้น โดยเน้นไปที่การรักษาฐานลูกค้าเดิม (Retention) แทนการหาลูกค้าใหม่ ลดงบประมาณในการหา Lead ที่มีต้นทุนสูง ทั้งยังเสิร์ฟสินค้าและบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากกว่าเดิม 

Omnichannel Marketing เหมาะกับธุรกิจแบบไหน 

  • ธุรกิจ Retail ที่มักขายสินค้าทั้งบนช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
  • ธุรกิจ Customer Service ที่ให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น การโทร, อีเมล, โซเชียลมีเดีย 
  • ธุรกิจ Financial ที่มักมีช่องทางให้ลูกค้าเข้ามาติดต่อและทำธุรกรรมทั้งบนเว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, Mobile App, การเข้าใช้บริการที่สาขา, ATM/ADM
  • ธุรกิจ Logistic ที่ต้องคอยให้บริการลูกค้าในการติดตามการซื้อและการคืนสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการขายสินค้าทั้งค้าปลีกและค้าส่ง

ตัวอย่าง Omnichannel Marketing 

Online > Offline

การให้ลูกค้าเลือกชมสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน และไปรับสินค้าที่ร้านได้ หรือการทำ Ads บน Social Media ให้คนไปกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์เพื่อรับสิทธิพิเศษมาใช้บริการหน้าร้านได้ ซึ่งเป็น Omnichannel Marketing ที่พบเห็นได้บ่อย ๆ ในธุรกิจที่มีหน้าร้าน เช่น ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านเครื่องสำอาง, ร้านอาหาร เป็นต้น

Offline > Online

อีกหนึ่งตัวอย่างของการทำ Omnichannel Marketing ที่เห็นได้เป็นประจำ ก็คือการไปซื้อของที่หน้าร้านแล้วสั่งให้จัดส่งไปที่บ้าน หรือการที่ร้านค้าให้สแกนคิวอาร์โค้ดสะสมแต้ม หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE OA เพื่อรับบัตรสะสมแต้มหรือสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการครั้งถัดไป 

Remarketing 

การทำ Omnichannel Marketing ที่เห็นได้บ่อย ๆ ก็คือการทำ Remarketing ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าหรือใช้บริการเพื่อกระตุ้นให้กลับมาซื้อซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการทำโฆษณาผ่าน Google, Facebook หรือช่องทางอื่น ๆ รวมถึงการส่ง SMS หรือ LINE OA มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าเก่า เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเปลี่ยนให้กลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

ขั้นตอนการทำ Omnichannel Marketing

ขั้นตอนการทำ Omnichannel Marketing

1. วิเคราะห์และเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า

ขั้นตอนแรกของการทำ Omnichannel Marketing นั้นเริ่มจากการวิเคราะห์เส้นทางของลูกค้า (Customer Journey Mapping) ว่าช่องทางไหนลูกค้าเข้ามาบ่อยที่สุด จุดไหนที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ และจุดไหนที่ลูกค้ามักจะหายหรือไม่กลับมาอีก เพื่อใช้ในการวางแผนและปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาด จากนั้นรวบรวมข้อมูลจากทุกช่องทางให้อยู่ในระบบเดียวกัน (Data Integration) เช่น CRM หรือ CDP เพื่อให้ทีมงานเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น 

2. กำหนดเป้าหมายและวางกลยุทธ์

ขั้นตอนที่สองของ Omnichannel Marketing ก็คือการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และวางแผนกลยุทธ์ โดยกำหนดว่าแต่ละช่องทางจะมีบทบาทอย่างไร เช่น ใช้ Facebook สำหรับการสร้าง Awareness ส่วน Website ใช้สำหรับการให้ข้อมูล (Consideration) และใช้ Line OA ในการปิดการขาย (Conversion) โดยเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มเข้าด้วยกันให้ลูกค้าเปลี่ยนช่องทางได้ตลอด โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่

3. เลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม

ขั้นตอนต่อมาในการทำ Omnichannel Marketing จะเป็นการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจของเรา เช่น Customer Data Platform (CDP) หรือ Customer Relationship Management (CRM) ที่ใช้เก็บและรวมข้อมูลลูกค้าจากทุกช่องทาง เช่น Website, Line, Facebook, ร้านค้า เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร และช่วยสร้างแคมเปญเฉพาะบุคคลได้แม่นยำ หรือการใช้ Marketing Automation Platform ซึ่งจะช่วยให้ฝั่งธุรกิจสามารถส่งข้อความ โปรโมชัน หรือแคมเปญได้แบบอัตโนมัติ 

4. ออกแบบประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร

การสร้างเส้นทางการซื้อขายให้ลูกค้าใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการทำ Omnichannel Marketing ซึ่งการออกแบบประสบการณ์ Omnichannel ที่ดีนั้นจะต้องไม่ทำให้ลูกค้า “เริ่มต้นใหม่” เมื่อเปลี่ยนช่องทางการซื้อ แต่ข้อมูลทุกอย่างควรต่อเนื่องและเชื่อมถึงกันอยู่แล้ว เช่น เมื่อลูกค้าจองคิวผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว ก็สามารถเข้าใช้บริการที่ร้านได้ โดยไม่ต้องจองคิวใหม่ที่หน้าร้านอีกรอบ 

5. พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

จุดที่ดีในการทำ Omnichannel คือจะต้องมีการเก็บข้อมูลผลลัพธ์ วิเคราะห์ปัญหา และปรับปรุงกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Omnichannel Marketing ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์อย่างต่อเนื่องในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการ 

ตัวชี้วัดความสำเร็จ (Omnichannel KPIs) 

ตัวอย่างตัวชี้วัด:

  • CLV (Customer Lifetime Value)

  • Repeat Purchase Rate

  • Average Order Value

  • Conversion Rate ในแต่ละ Journey

  • ความเร็วในการตอบลูกค้า

  • ROI ของทุกช่องทางหลังเชื่อมข้อมูล

ความท้าทายของการทำ Omnichannel 

ปัญหาที่เจอบ่อย

  • ระบบหลังบ้านไม่เชื่อมกัน (POS, CRM, Website, Chat)

  • ข้อมูลลูกค้ากระจัดกระจาย

  • ทีม Marketing / Sales / CS ทำงานไม่สอดประสาน

  • ตั้ง Journey ผิดจากพฤติกรรมลูกค้าจริง

  • ไม่มีทีม Data มาช่วยวิเคราะห์

  • ลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง ถ้าเลือกผิดจะเสียเวลาและงบประมาณ

ข้อควรรู้ในการทำ Omnichannel Marketing

  • รวมข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ : ธุรกิจต้องจัดการและรวมข้อมูลจากหลายแหล่งให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ
  • รักษาความสอดคล้องของแบรนด์ในทุกช่องทาง : การสร้างประสบการณ์ที่เหมือนกันในทุกช่องทางเป็นเรื่องท้าทาย ต้องมีการประสานงานและมาตรฐานที่ชัดเจน
  • ตอบสนองต่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว : การทำ Omnichannel Marketing ต้องมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัวตามแนวโน้มและพฤติกรรมของลูกค้าอย่างรวดเร็ว

Omnichannel Marketing เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจบริการ หรือแม้แต่ธนาคารและสถาบันการเงิน โดยการเริ่มต้นทำ Omnichannel Marketing นั้น ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจลูกค้า วางแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน และเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม จากนั้นค่อย ๆ ปรับปรุงและพัฒนาตามข้อมูลและผลตอบรับจริง เพื่อให้การธุรกิจของคุณก้าวสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง

Discover more from BeTask

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading