
คำว่า Retargeting และ Remarketing มักถูกนำมาใช้แทนกันจนดูเหมือนว่าเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ในความจริงแล้ว ทั้ง 2 กลยุทธ์มีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านวิธีการ ช่องทางการสื่อสาร และประเภทของกลุ่มเป้าหมาย นักการตลาดจำเป็นที่จะต้องเข้าใจความแตกต่างของกลยุทธ์ทั้ง 2 ประเภทนี้ เพื่อให้สามารถวางแผนแคมเปญและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Retargeting คือ กลยุทธ์ที่เน้นการใช้โฆษณา เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ หรือมีปฏิสัมพันธ์กับช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ แต่ยังไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ

การ Retargeting จะอาศัยการติดตั้งโค้ดติดตาม เช่น Meta Pixel หรือ Google Ads Tag บนเว็บไซต์ โดยจะเก็บข้อมูลของผู้เยี่ยมชมในรูปแบบของคุกกี้ (Cookies) เมื่อผู้เยี่ยมชมออกจากเว็บไซต์แล้ว คุกกี้จะทำให้โฆษณาของแบรนด์ไปปรากฏบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ผู้เยี่ยมชมรายนั้นใช้งาน
ช่องทางหลัก ๆ ในการทำ Retargeting คือ Paid Media หรือโฆษณา (ที่ต้องเสียเงิน) บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, Google Ads หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เข้าถึง Insights ของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดมากที่สุด
วัตถุประสงค์ในการทำ Retargeting คือ กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ (Conversion) เช่น การลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้า หรือการเปลี่ยนผู้ที่กำลังลังเล หรือผู้ที่มีความสนใจ (แต่ยังไม่ซื้อ) ให้กลายเป็นลูกค้า ช่วยป้องกันลูกค้าหายอันเป็นสาเหตุให้ยอดขายตกได้อย่างดี
| ลักษณะ | Retargeting | Remarketing |
| วิธีการ | ติดตามผู้ใช้ผ่าน Cookies ที่เก็บจากพฤติกรรมการเข้าชมเว็บไซต์ | ใช้ข้อมูลติดต่อโดยตรง (Email, เบอร์โทร) ที่ได้จากฐานข้อมูลลูกค้า |
| ช่องทางหลัก | Paid Ads (โฆษณาแบบดิสเพลย์, โฆษณาโซเชียล) | Owned Channels (Email Marketing, การแจ้งเตือนแอป) |
| กลุ่มเป้าหมายหลัก | ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ไม่ระบุตัวตน (ยังไม่เป็นลูกค้า) | ลูกค้าเก่าหรือผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูล (Known Contacts) |
| เป้าหมายหลัก | เปลี่ยนผู้ที่สนใจให้เป็นลูกค้าครั้งแรก (Acquisition) | กระตุ้นการซื้อซ้ำ/รักษาความสัมพันธ์ (Retention & Loyalty) |
| ตัวอย่าง | โฆษณาแบนเนอร์สินค้าที่ถูกทิ้งไว้ในตะกร้าไปตามเว็บไซต์ต่าง ๆ | อีเมลแจ้งเตือนโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้า VIP หรือลูกค้าเก่า |
Retargeting เน้นไปที่การดึงลูกค้าที่กำลังลังเลกลับมาซื้อครั้งแรกด้วยการใช้โฆษณาแบบตามติด (Cookie-based Ads) ส่วนการ Remarketing จะเน้นกระตุ้นการซื้อซ้ำ หรือสร้างความภักดี โดยใช้ Email-based กับลูกค้าที่อยู่ในฐานข้อมูลแล้ว ในการสร้างโฆษณาหรือทำ Loyalty Program ซึ่งการใช้ Retargeting และ Remarketing อย่างถูกจังหวะ จะช่วย “เพิ่มโอกาส” ให้สามารถปิดการขายที่หลุดไป และเปลี่ยนความสัมพันธ์ระยะสั้นให้เป็นความภักดีในระยะยาวได้
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
You must be logged in to post a comment.