
ท่ามกลางการแข่งขันทางการตลาดที่ดุเดือดเช่นนี้ การทำให้ลูกค้าใหม่รู้จักและตัดสินใจซื้อสินค้าเป็นเพียงครึ่งทางของความสำเร็จเท่านั้น อีกครึ่งทางที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การรักษาฐานลูกค้าเก่า” และ “กระตุ้นให้คนกลุ่มนี้กลับมาซื้อซ้ำ” ซึ่งการตลาดในรูปแบบนี้ เรียกว่าการ Remarketing นั่นเอง
Remarketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการติดตาม และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเข้าชมเว็บไซต์ การดูสินค้าบางรายการ การเพิ่มสินค้าลงในตะกร้าแต่ไม่ได้ซื้อ หรือผู้ที่เคยซื้อสินค้าไปแล้ว
การทำ Remarketing คือ การส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้อีกครั้ง เพื่อสร้าง Engagement และเปลี่ยนผู้ที่สนใจ ผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ หรือผู้ที่เคยซื้อไปแล้ว ได้กลับมาซื้ออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะทำผ่าน ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์, Display Network หรือ Facebook เป็นต้น

การเข้าชมเว็บไซต์ครั้งแรก ไม่ได้ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันที เพราะลูกค้าส่วนมากมักจะเข้าชมเพื่อเปรียบเทียบราคา หรือเบเนฟิตที่ได้มากกว่า ซึ่งการทำ Remarketing ให้ลูกค้าได้เห็นโฆษณาสินค้าอีกครั้ง จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อ ไม่ทิ้งสินค้าในตะกร้า
อีกหนึ่งข้อดีของการทำ Remarketing คือ ช่วยสร้างการรับรู้และภาพจำของแบรนด์ได้ เพราะการที่โฆษณาปรากฏซ้ำ ๆ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะทำให้ลูกค้าเกิดการมองเห็นซ้ำ ๆ จนมีความคุ้นเคยและกลายเป็นภาพจำได้นั่นเอง เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าหรือบริการที่คุณขายอยู่ ก็จะนึกถึงแบรนด์ของคุณเป็นตัวเลือกแรก ๆ
การทำ Remarketing นอกจากจะทำให้ใช้งบประมาณโฆษณาได้อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจสินค้าและบริการของเราได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ซึ่งมีโอกาสที่จะปิดการขายได้เร็วกว่าการทำการตลาดแบบหว่านแห เช่น หากทำแอพจองคิว ก็อาจจะ Remarketing ให้ผู้ที่เคยเป็นพาร์ตเนอร์หรือลูกค้าเก่า ๆ ได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับระบบจองคิวออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง

Standard Remarketing คือ การทำติดตามลูกค้าที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แบบรวม ๆ โดยอาจแบ่งกลุ่มย่อยลงไปอีกเพื่อความแม่นยำ เช่น
Dynamic Remarketing คือ การแสดงโฆษณาของสินค้าที่ลูกค้าให้ความสนใจ หรือต้องการสินค้านั้นจริง ๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นิยมใช้มากในธุรกิจ E-commerce เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ดูสินค้า หรือกดของลงตระกร้า แล้วยังไม่ซื้อ
Cart Abandonment คือการส่งโฆษณาพร้อมข้อเสนอพิเศษ (เช่น ส่วนลด, จัดส่งฟรี) หรือการแจ้งเตือนให้ “ผู้ที่กดสินค้าลงตะกร้าแต่ยังไม่ซื้อ” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับไปทำรายการให้เสร็จสิ้น เป็นหนึ่งในแคมเปญที่มี Conversion Rate สูงที่สุด
Customer List Remarketing คือ การใช้ฐานข้อมูลอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าที่เคยซื้อแล้วเพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ สินค้าที่เกี่ยวข้อง และโปรโมชั่นน่าสนใจต่าง ๆ ให้กับลูกค้าประจำ (Loyalty Program) เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ
Email & Search Remarketing คือ การทำ Remarketing ผ่านช่องทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การส่งอีเมลแจ้งเตือนสินค้าในตะกร้า การส่งอีเมลแจ้งเตือนโปรโมชันพิเศษ หรือการกำหนดให้โฆษณา Search Ads ของเราให้ปรากฏขึ้น เมื่อลูกค้าเก่ากลับมาค้นหาซ้ำ
Audience Segmentation คือ การแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ยิ่งแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ Ad Copy (ข้อความโฆษณา) และรูปภาพโฆษณาตรงใจมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำ Remarketing ให้ประสบความสำเร็จ คือการ Frequency Capping หรือการควบคุมความถี่ของโฆษณาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะการเห็นโฆษณาเดิมซ้ำ ๆ มากเกินไป อาจสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ลูกค้ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อแบรนด์ได้อีกด้วย
Creative Rotation หรือการสร้างสรรค์โฆษณาให้หลากหลาย ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำ Remarketing ให้ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน เพราะจะได้โฆษณาที่มีความสดใหม่และน่าสนใจอยู่เสมอ หากเป็น Dynamic Remarketing ควรให้ระบบแสดงสินค้าที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นความสนใจด้วย
Remarketing คือ สะพานที่ช่วยให้ลูกค้าที่สนใจ หรือลูกค้าเก่ากลับมาหาแบรนด์เราในเวลาที่เหมาะสมที่สุด นอกจากจะช่วยเพิ่ม Conversion Rate ลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้า และป้องกันยอดขายตกได้แล้ว ยังช่วยเปลี่ยนผู้ที่เคยสนใจให้กลายเป็น Loyalty Customer ได้อีกด้วย
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
You must be logged in to post a comment.