Remarketing กลยุทธ์โฆษณาที่ช่วยดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ

Remarketing คือ

ท่ามกลางการแข่งขันทางการตลาดที่ดุเดือดเช่นนี้ การทำให้ลูกค้าใหม่รู้จักและตัดสินใจซื้อสินค้าเป็นเพียงครึ่งทางของความสำเร็จเท่านั้น อีกครึ่งทางที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การรักษาฐานลูกค้าเก่า” และ “กระตุ้นให้คนกลุ่มนี้กลับมาซื้อซ้ำ” ซึ่งการตลาดในรูปแบบนี้ เรียกว่าการ Remarketing นั่นเอง

Remarketing คืออะไร?

Remarketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการติดตาม และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจของคุณมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การเข้าชมเว็บไซต์ การดูสินค้าบางรายการ การเพิ่มสินค้าลงในตะกร้าแต่ไม่ได้ซื้อ หรือผู้ที่เคยซื้อสินค้าไปแล้ว 

 

การทำ Remarketing คือ การส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้อีกครั้ง เพื่อสร้าง Engagement และเปลี่ยนผู้ที่สนใจ ผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ หรือผู้ที่เคยซื้อไปแล้ว ได้กลับมาซื้ออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะทำผ่าน ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์, Display Network หรือ Facebook เป็นต้น

ข้อดีของการทำ Remarketing คืออะไร?

ข้อดีของการทำ Remarketing คืออะไร

1. เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย

การเข้าชมเว็บไซต์ครั้งแรก ไม่ได้ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันที เพราะลูกค้าส่วนมากมักจะเข้าชมเพื่อเปรียบเทียบราคา หรือเบเนฟิตที่ได้มากกว่า ซึ่งการทำ Remarketing ให้ลูกค้าได้เห็นโฆษณาสินค้าอีกครั้ง จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดการตัดสินใจซื้อ ไม่ทิ้งสินค้าในตะกร้า 

2. สร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ (Brand Recall)

อีกหนึ่งข้อดีของการทำ Remarketing คือ ช่วยสร้างการรับรู้และภาพจำของแบรนด์ได้ เพราะการที่โฆษณาปรากฏซ้ำ ๆ บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะทำให้ลูกค้าเกิดการมองเห็นซ้ำ ๆ จนมีความคุ้นเคยและกลายเป็นภาพจำได้นั่นเอง เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าหรือบริการที่คุณขายอยู่ ก็จะนึกถึงแบรนด์ของคุณเป็นตัวเลือกแรก ๆ

3. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ

การทำ Remarketing นอกจากจะทำให้ใช้งบประมาณโฆษณาได้อย่างคุ้มค่าแล้ว ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจสินค้าและบริการของเราได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ซึ่งมีโอกาสที่จะปิดการขายได้เร็วกว่าการทำการตลาดแบบหว่านแห เช่น หากทำแอพจองคิว ก็อาจจะ Remarketing ให้ผู้ที่เคยเป็นพาร์ตเนอร์หรือลูกค้าเก่า ๆ ได้เห็นโฆษณาเกี่ยวกับระบบจองคิวออนไลน์อีกครั้งหนึ่ง

รูปแบบของ Remarketing มีอะไรบ้าง?

รูปแบบของ Remarketing มีอะไรบ้าง

1. Standard Remarketing

Standard Remarketing คือ การทำติดตามลูกค้าที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แบบรวม ๆ โดยอาจแบ่งกลุ่มย่อยลงไปอีกเพื่อความแม่นยำ เช่น 

  • กลุ่มผู้เข้าชมทั่วไป : แสดงโฆษณาที่เน้นการสร้างการจดจำแบรนด์หรือโปรโมชันทั่วไป
  • กลุ่มที่เข้าชมหน้าสินค้า : แสดงโฆษณาที่เน้นสินค้าตัวนั้น หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกัน

2. Dynamic Remarketing

Dynamic Remarketing คือ การแสดงโฆษณาของสินค้าที่ลูกค้าให้ความสนใจ หรือต้องการสินค้านั้นจริง ๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่นิยมใช้มากในธุรกิจ E-commerce เพื่อดึงดูดลูกค้าที่ดูสินค้า หรือกดของลงตระกร้า แล้วยังไม่ซื้อ

3. Cart Abandonment

Cart Abandonment คือการส่งโฆษณาพร้อมข้อเสนอพิเศษ (เช่น ส่วนลด, จัดส่งฟรี) หรือการแจ้งเตือนให้ “ผู้ที่กดสินค้าลงตะกร้าแต่ยังไม่ซื้อ” เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับไปทำรายการให้เสร็จสิ้น เป็นหนึ่งในแคมเปญที่มี Conversion Rate สูงที่สุด

4. Customer List Remarketing

Customer List Remarketing คือ การใช้ฐานข้อมูลอีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าที่เคยซื้อแล้วเพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ สินค้าที่เกี่ยวข้อง และโปรโมชั่นน่าสนใจต่าง ๆ ให้กับลูกค้าประจำ (Loyalty Program) เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ

5. Email & Search Remarketing

Email & Search Remarketing คือ การทำ Remarketing ผ่านช่องทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การส่งอีเมลแจ้งเตือนสินค้าในตะกร้า การส่งอีเมลแจ้งเตือนโปรโมชันพิเศษ หรือการกำหนดให้โฆษณา Search Ads ของเราให้ปรากฏขึ้น เมื่อลูกค้าเก่ากลับมาค้นหาซ้ำ

เคล็ดลับในการทำ Remarketing

1. Audience Segmentation

Audience Segmentation คือ การแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ยิ่งแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้ Ad Copy (ข้อความโฆษณา) และรูปภาพโฆษณาตรงใจมากยิ่งขึ้น 

2. Frequency Capping

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำ Remarketing ให้ประสบความสำเร็จ คือการ Frequency Capping หรือการควบคุมความถี่ของโฆษณาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะการเห็นโฆษณาเดิมซ้ำ ๆ มากเกินไป อาจสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าได้ นอกจากนี้ ยังทำให้ลูกค้ามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อแบรนด์ได้อีกด้วย

3. Creative Rotation

Creative Rotation หรือการสร้างสรรค์โฆษณาให้หลากหลาย ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการทำ Remarketing ให้ประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน เพราะจะได้โฆษณาที่มีความสดใหม่และน่าสนใจอยู่เสมอ หากเป็น Dynamic Remarketing ควรให้ระบบแสดงสินค้าที่หลากหลายเพื่อกระตุ้นความสนใจด้วย 

 

Remarketing คือ สะพานที่ช่วยให้ลูกค้าที่สนใจ หรือลูกค้าเก่ากลับมาหาแบรนด์เราในเวลาที่เหมาะสมที่สุด นอกจากจะช่วยเพิ่ม Conversion Rate ลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้า และป้องกันยอดขายตกได้แล้ว ยังช่วยเปลี่ยนผู้ที่เคยสนใจให้กลายเป็น Loyalty Customer ได้อีกด้วย 

 

Discover more from BeTask

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading