
การวางตำแหน่งแบรนด์ให้มีความโดดเด่นและมั่นคงจะนำไปสู่การทำให้ลูคค้าจดจำ นึกถึงแบรนด์เป็นอันดับแรก ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เติบโดเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าในระยะยาว และ มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าจะมีสินค้าบริการที่ใกล้เคียงกันก็ตาม ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถช่วยในเรื่องความเชื่อมั่นต่อแบรนด์และความภักดีอย่างต่อเนื่อง
โดยปกติแล้วการที่แบรนด์จะเข้ามาถึง ณ จุดๆนี้ได้จะต้องมีการวางโครงสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งมากพอสมควร ซึ่งก็ใช้เวลาหลายปีและที่สำคัญใช้ความร่วมมือของคนภายในแบรนด์ถึงจะประสบความสำเร็จ
เคล็ดลับการทำให้แบรนด์มีประสบความสำเร็จคือ การปลูกฝังให้พนักงานมีค่านิยมในการรักองค์กรและทำงานเพื่อขับเคลื่อนให้แบรนด์ไปยังตำแหน่งที่โดดเด่น
Brand Positioning คือ การวางตำแหน่งแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์และจุดยืนให้โดดเด่นกว่าธุรกิจคู่แข่ง โดยที่เราจะต้องบ่งบอกได้ว่าเรามีดีกว่าคู่แข่งยังไง จะแนะนำ Solution แก้ปัญหาลูกค้ารูปแบบไหน คุณค่าที่เรามีคืออะไร
ซึ่งจะช่วยในการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายให้เป็นที่น่าจดจำโดยการนำเสนอสิ่งที่สามารถสร้างมูลค่าให้ความชัดเจนกับลูกค้าได้
เป็นการบ่งบอกถึงความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครในกลุ่มคู่แข่งทำให้ลูกค้าจดจำได้ชัดเจน นึกถึงแบรนด์เป็นอันดับแรก การสร้างความแตกต่างให้โดดเด่นจะสร้างจุดขายที่แตกต่างและเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือที่สูงส่งผลให้ลูกค้าจะหันไปใช้สินค้าหรือบริการที่ใครต่างก็พูดถึงในแง่บวก เนื่องจากได้รับการพิสูจน์จากกลุ่มลูกค้าหลายๆคน
การสร้างความแตกต่างจะต้องอาศัยวิธีการค้นหาจุดเด่นของตัวแบรนด์เองและมุ่งเน้นพัฒนาจุดเด่นให้เกดคุณค่ามากที่สุด หรือ การสื่อสารการเล่าเรื่องราว Story Telling ให้เกิดความน่าสนใจและจดจำในสายตาลูกค้า
ลูกค้าที่มีความภักดีต่อแบรนด์ หรือ Brand Loyalty เป็นจุดประสงค์ของหลายธุรกิจที่อยากให้ลูกค้าเกิดความ Loyalty เพราะพวกเขาจะมีการซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์นั้นๆตลอด แม้ว่าจะมีสินค้าที่คล้ายกันก็ตาม ซึ่งความภักดีต่อแบรนด์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเป็นอย่างมาก มีความเข้าใจถึงปัญหาลูกค้าอย่างแท้จริง หรือ มีสิ่งจูงใจที่ทำให้เกิดความต้องการซื้ออยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น แคมเปญโปรโมชั่นที่ล่อใจลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเกิดความคุ้มค่า และ การทำ Loyalty Program สะสมแต้มที่จะเก็บแต้มเพื่อนำไปแลกของรางวัล ตัวอย่างของระบบ Be Loyalty ที่จะมีฟีเจอร์ให้ลูกค้าแลกของรางวัลโดยการนำแต้มมาแลก
สิ่งสำคัญในการสร้างความภักดีคือ

การที่มีตำแหน่งแบรนด์ที่ดีแล้วความคาดหวังของลูกค้าก็มักจะสูงขึ้นตามมาหลายเท่า ณ จุดนี้แบรนด์จะต้องปรับตัวเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การพัฒนาหรือออกสินค้าตัวใหม่ แม้กระทั่งงานบริการในทุกมิติจะต้องทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจมากที่สุด หรืออย่างน้อยก็ควรที่จะรักษามาตราฐานอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องให้รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติที่ลูกค้าทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี
การวางโครงสร้างรากฐานแบรนด์ให้แข็งแกร่งเรียกได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งผลทำให้ไปสู่จุดยืนในตำแหน่งที่ได้เปรียบต่อคู่แข่งได้ หากธุรกิจมีความโดดเด่นเกิด Brand Awareness ก็จะนำไปสู่ความน่าสนใจของกลุ่มลูกค้า ทำให้มีแนวโน้มการซื้อสินค้าหรือกลายเป็นลูกค้า Loyalty เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าเพิ่มยอดขายแบบก้าวกระโดด ยิ่งส่งผลให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งมากขึ้นเป็นสิ่งสำคัญในการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว ไม่เพียงเท่านี้ยังเปิดโอกาสให้ขยายสินค้าบริการอื่นๆเพิ่มมากขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงเพิ่มจุดแข็ง พัฒนาจุดด้อยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยิ่งมีการเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งทำให้มีความโดดเด่นในสายตาของลูกค้าได้ง่ายมากขึ้นและยังเพิ่มมูลค่ากับให้ตัวแบรนด์อีกด้วย
การสร้างภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ที่ชัดเจนช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำและนึกถึงแบรนด์ได้ง่ายเมื่อไหร่ก็ตามเกิดความต้องการสินค้า ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีเช่น การใช้สโลแกนที่โดนใจ จดจำจ่าย, การสร้างตัวตนให้ชัดเจนไม่เหมือนใคร, รูปแบบการขายสินค้าที่ต่างจากคนอื่น หรือเรียกว่า”แหวกแนว” ซึ่งหลายๆแบรนด์ทำแล้วเห็นผลจนทำให้ลูกค้ารับรู้ทันทีว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้เป็นยังไง ทำให้ลูกค้ามีความสนใจเป็นอย่างมาก
การสร้าง Brand Positioning คือ กระบวนการออกแบบและแสดงุคงคุณค่าของแบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ลูกค้ารับรู้และเข้าใจถึงจุดเด่นและความแตกต่างเมื่อเทียบกับคู่แข่ง การสร้างจุดยืนของแบรนด์มีความซับซ้อนจะต้องอาศัยการเก็บรายละเอียดวิเคราะห์เป็นอย่างดี ซึ่งประกอบไปด้วยดังนี้
ก่อนจะสร้างจุดยืนตำแหน่งแบรนด์ตัวเองให้ใหญ่โตจะต้องวิเคราะห์สภาพการตลาดและการแข่งขันก่อนเป็นอันดับแรกนับได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดใช้ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆหลายเรื่อง ขั้นตอนแรกนี้จะต้องรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ แนวโน้มเทรนด์การตลาด, คู่แข่งที่มีความคล้ายกับเรา, พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงการวิเคราะห์ความต้องการลูกค้าโดยให้เข้าใจอย่างละเอียดและลึกซึ้ง การวิเคราะห์พวกนี้จะช่วยให้บรนด์สามารถหาช่องทางเติบโดรวมไปถึง บ่งบอกจุดแข็งจุดอ่อนตัวเอง และคาดการณ์อนาคตที่จะก้าวขึ้นไปยังตำแหน่งที่โดดเด่นในตลาด
การทำความคุ้มเคยถึงความเอาเป็นลักษณ์ของแบรนด์ว่าไม่เหมือนใครแน่ๆ สามารถตอบโจทย์กับความต้องการลูกค้าหลายๆคนได้ดีกว่าคู่แข่งที่อื่น การที่จะบ่งบอกึงความแตกต่างนี้ได้มาจากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น คุณภาพสินค้า, การใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย, การมอบประสบการณ์ลูกค้าที่จริงใจ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้นาน มีความเชื่อมั่นที่สูง การหาความแตกต่างอย่างโดดเด่นพวกนี้จะช่วยให้แบรนด์อยู่ในตำแหน่งการแข่งขันที่ได้เปรียบ ผลักดันยอดขายได้สูง
แบรนด์จะต้องหากลุ่มลูกค้าให้แน่นอน พูดง่ายๆคือเราจะขายสินค้าให้ใคร? เพื่อที่จะวางตำแหน่งแบรนด์ให้แข็งแกร่งรวมถึงสามารถกำหนดวิธีการสื่อสารให้ลูกค้าได้มีประโยชน์สูงสุด การหากลุ่มลูกค้าสามารถเริ่มต้นได้โดยรวบรวมเอาข้อมูลลูกค้าปัจจุบันมาสร้างเป็นแบบจำลอง Persona เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า เช่น อายุ, เพศ, รายได้, ระดับการศึกษา, สถานภาพ, ความถี่ในการซื้อสินค้า, ความชอบหรือไลฟ์สไตล์ การสร้างแบบจำลองลูกค้า Persona ไม่เพียงแค่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าตัวเองมากขึ้ย แต่ยังทำให้สร้างแคมเปญที่มีความแตกต่างเฉพาะเจาะจงแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลคาดการณ์ถึงพฤติกรรมความชอบต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงวิธีการเข้าถึงลูกค้าแต่ละรายได้
อยากมีจุดยืน Brand Positioning ที่ชัดเจนสิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้คือการสร้างคำสัญญา Promise ให้เป็นความจริงซึ่งจะแสดงถึงความมั่นใจของลูกค้าที่เชื่อถือแบรนด์ตลอดเวลา และยังสะท้อนถึงความคาดหวังไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม
การมอบคำสัญญาที่เห็นผลมากที่สุดจะต้องอาศัยความเข้าใจถึงความต้องการ ความคาดหวังของลูกค้าเพื่อทำให้แบรนด์สามารถมอบคุณค่าและประสบการณ์แปลกใหม่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ นำไปสู่ความไว้วางใจและเกิดความภักดีในระยะยาว
การสร้างบุคลิกภาพให้กับแบรนด์ เป็นการบ่งบอกว่าแบรนด์ของเรามีลักษณะเฉพาะยังไงทำให้ลูกค้าเข้าใจ รู้ว่าแบรนด์ของเรามีลักษณะเป็นแบบนี้ การที่แบรนด์มีบุคลิกภาพ Personality ที่ชัดเจนจะทำให้ลูกค้าดูแล้วจดจำง่ายรับรู้ได้ทันที
การทำให้มีความเป็นธรรมชาติน่าดึงดูดนั้นจะต้องเข้าใจถึงลูกค้าตัวเองว่าชอบอะไร และไม่ชอบอะไร ส่วนใหญ่เป็นคนอารมณ์แบบไหน (ขี้เล่น ,ตลก, เฮฮา) การที่เข้าถึงอารมณ์พวกนี้จะทำให้แบรนด์สามารถสร้างบุคลิกตัวเองขึ้นมาให้ตรงกับลูกค้าได้มากที่สุด
Positioning เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลูกค้าจดจำชื่อเสียงของแบรนด์ และยังช่วยในการแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นเราควรที่จะรักษาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้เพื่อทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงความแตกต่าง และสร้างความตัวของตัวเองไม่เหมือนใครทำให้แบรนด์มีตำแหน่งที่ได้เปรียบในการแข่งขันที่มีความเข้มข้น
แบรนด์ต้องตอบให้ได้ว่า “คุณค่าที่เรามอบให้แตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร” ซึ่งควรเป็นคุณค่าที่ลูกค้ามองเห็นได้จริงและจับต้องได้ เช่น ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า การบริการที่ใส่ใจ หรือความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะทาง ความชัดเจนนี้คือสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าเลือกคุณแทนที่จะเลือกคู่แข่ง
Brand Positioning ที่ดีต้องสอดคล้องกับความต้องการ ความคาดหวัง และบริบทชีวิตของลูกค้า หากแบรนด์เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะสามารถวางตำแหน่งที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดจนลูกค้ารู้สึกว่า “แบรนด์นี้เหมาะกับฉันที่สุด”
Apple วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นแบรนด์ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย ใช้งานง่ายและดีไซน์พรีเมียม ซึ่งสะท้อนผ่านสินค้า บริการ โฆษณา รวมถึงประสบการณ์ในร้านค้า และกลายเป็นตัวเลือกแรกของคนที่มองหาความเรียบง่ายในแบบทันสมัย
Starbucks ไม่ได้ขายกาแฟเท่านั้น แต่ขายประสบการณ์และบรรยากาศ คุณภาพบริการ ความผ่อนคลาย และพื้นที่พบปะสังสรรค์ ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์และยอมจ่ายราคาสูงกว่าแบรนด์อื่น
Nike ใช้จุดยืนด้านการสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นในตัวเองให้ผู้คน ทุกแคมเปญของ Nike เน้นความมุ่งมั่น ทะลุขีดจำกัด และความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งสะท้อนชัดเจนในสินค้า คอนเทนต์ และทัศนคติของแบรนด์
การวางตำแหน่งจุดยืน Brand Positioning เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ลูกค้าจดจำชื่อเสียงของแบรนด์ และยังช่วยในการแข่งขันในตลาดได้ ดังนั้นเราควรที่จะรักษาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้เพื่อทำให้ลูกค้ารับรู้ถึงความแตกต่าง และสร้างความตัวของตัวเองไม่เหมือนใครทำให้แบรนด์มีตำแหน่งที่ได้เปรียบในการแข่งขันที่มีความเข้มข้น
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.
You must be logged in to post a comment.