วิธีล้างรถด้วยตัวเอง แบบง่ายๆ

หลายๆ คนสามารถรู้เองได้ว่าเราควรที่จะล้างรถตอนไหน ดูได้จากคราบสิ่งสกปรกที่มองเห็นอย่างชัดเจน ทั้งการใช้รถวิ่งลุยทรายหรือฝุ่นละอองจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งคราบฝนที่แห้ง หรือคราบขี้นกที่ติดบนกระจก หากพบคราบสิ่งสกปรกเหล่านี้บนรถก็ควรที่จะล้างรถทันทีอย่าปล่อยให้นานจนสิ่งสกปรกแห้งไปกับตัวรถ เพราะมันจะทำให้ยากต่อการล้างรถ

1. เตรียมอุปกรณ์สำหรับล้างรถ

  1. ถังน้ำ 2 ถัง
  2. น้ำยาล้างรถ
  3. ฟองน้ำ
  4. สายยาง
  5. ผ้าสำหรับเช็ดรถ
  6. แปรงขัดล้อ

ข้อควรระวังในการล้างรถคือ ควรล้างรถในที่ร่มอย่าให้โดนแดดโดยตรงป้องกันไม่ให้น้ำแห้งเร็วเกินไปจนกลายเป็นคราบแห้ง

2. เติมน้ำในถัง 2 ใบ

สำหรับวิธีการล้างรถที่ถูกต้อง จะต้องใช้ถังน้ำ 2 ถัง ถังแรกเติมน้ำเปล่าผสมกับน้ำยาล้างรถเอาไว้สำหรับล้างสิ่งสกปรก และอีกถังเติมน้ำเปล่าอย่างเดียวเอาไว้สำหรับล้างน้ำยาล้างรถ

3. ฉีดน้ำล้างรถ

ฉีดน้ำล้างรถให้ทั่วทั้งคัน จากบนลงล่างเพื่อล้างคราบสิ่งสกปรกให้ออกจากตัวรถ โดยเฉพาะล้อให้ฉีดน้ำแรงเป็นพิเศษ

4. ล้างล้อรถเป็นอันดับแรก

ล้อรถเป็นจุดที่สกปรกมากที่สุด ควรนำแปรงขัดล้อมาขัดซี่ล้อให้สะอาดจากนั้นนำฟองน้ำมาล้างกับน้ำเปล่าให้สะอาด

5. ล้างตัวรถทีละส่วน

วิธีล้างตัวรถที่ถูกต้องคือ ต้องล้างจากข้างบนก่อนโดยนำฟองน้ำมาชุบกับถังน้ำที่ผสมกับน้ำยาล้างรถ โดยเริ่มล้างจากด้านบนก่อนเสมอเพื่อที่จะให้น้ำยาล้างรถไหลลงไปส่วนล่างของรถ ทำแบบนี้ให้ทั่วทั้งคันจนมั่นใจว่าคราบสิ่งสกปรกถูกล้างออกหมดแล้ว ถ้าฟองน้ำเริ่มสกปรกมากขึ้นก็ควรที่จะนำไปล้างกับถังน้ำและควรหมั่นล้างฟองน้ำสะอาดขณะล้างรถ

6. ล้างน้ำยาแล้วล้างรถด้วยน้ำเปล่าออกเป็นส่วนๆ

พอล้างรถด้วยน้ำยาเสร็จไปส่วนหนึ่งแล้ว ก็ควรจะล้างด้วยน้ำเปล่าออกโดยการฉีดน้ำล้างออกไป พยายามอย่าปล่อยให้น้ำยาล้างรถแห้งจนติดสีรถ และสิ่งสำคัญคือต้องคอยฉีดน้ำอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้น้ำแห้งเองเพราะมันจะเกิดคราบน้ำแห้งเป็นจุดๆ

7. เช็ดรถให้แห้ง

ควรที่จะใช้ผ้าสำหรับเช็ดรถซึ่งอาจจะต้องใช้หลายผืนมาเช็ดรถให้แห้งสนิท เพื่อไม่ให้รถเป็นสนิม และอย่าให้น้ำแห้งเองโดยเด็ดขาดเพราะมันอาจจะทำให้เกิดเป็นคราบน้ำขึ้นมา